กล้วยน้ำว้า
กล้วยน้ำว้า เป็นพืชที่ใครๆ ก็รู้จักและเคยรับประทาน แต่จะมีซักกี่คนที่รู้ว่ากล้วยน้ำว้านี้ มีประโยชน์หรือคุณค่าทางอาหารอย่างไรบ้าง จริงๆ แล้วกล้วยน้ำว้ามีคุณค่าทางอาหารอยู่มากมาย เช่น วิตามิน แคลเซียม เหล็ก แมงกานีส และอิ่นๆ อีกหลายชนิด อีกทั้งส่วนต่างๆ ขแงกล้วยยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารได้อีกหลายอย่างทั้งคาวและหวาน หรือนำไปทำข้าวของเครื่องใช้ก็ได้ เช่น เครื่องสาน ใบตอง เชือก เป็นต้น สำหรับประโชชน์ทางยาสามารถใช้ได้ทั้งผลดิบและสุก โดยมีการศึกษาวิจัยแล้ว
ผลดิบ มีรสฝาด มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ชื่อแทนนิล (tannin) ใช้รักษาอาการท้องเสีย โดยให้รับประทานทั้งเปลือกหรือหั่นตากแห้ง แล้วบดเป็นผงชงน้ำร้อน หรือปั้นเป็นเม็ดรับประทาน นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย
ผลสุก มีรสหวาน สรรพคุณเป้นยาระบาย โดยรับประทานครั้งละ 2 - 3 ผล วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 7 - 10 วัน จะช่วยไม่ให้ท้องผูก โดยมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ชื่อ เพคติน (pectin) ซึ่งจะช่วยเคลือบผนังกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารให้ได้ผลเร็วขึ้น นอกจากนี้ ผลกล้วยน้ำว้าสุกยังมีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงกำลังบำรุงร่างกายได้
กล้วยน้ำว้า มีโปรตีน และมีกรดอะมิโน อาร์จินิน และฮีสติดิน ซึ่งมีควมจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก แถมยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย นั้นเป็นคุณค่าทางโภชนาการ คราวนี้เรามาดูกันว่าสรรพคุณทางยาของกล้วยน้ำว้า มีอะไรกันบ้าง
1. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และแกรเจ็บหน้าอกจากการไอแห้ง ทานวันละ 5 - 6 ผล จะช่วยให้อาการระคายเคืองลดน้อยลงได้
2. ช่วยเรื่องกลิ่นปาก ทำให้ลดกลิ่นปากได้ดี วิธีรับประทานคือ ทานกล้วยน้ำว้าหลังตื่นนอนทันที แล้วค่อยแปรงฟัน จะช่วยลดกลิ่นปากได้
3. ช่วยเป็นยาระบายแก้ท้องผูก หรือระบบขับถ่ายไม่ปกติ วิธีรับประทานคือ ทานกล้วยน้ำว้าสุก 1 - 2 ผล ก่อนนอน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ จะช่วยให้ถ่ายท้องได้ดีในวันรุ่งขึ้น
4. ช่วยแก้ท้องเดิน หรือท้องเสียได้ ในกล้วยน้ำว้าจะมีสารเทนนิน ซึ่งสามารถช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรงได้ โดยการนำกล้วยน้ำว้าดิบ หรือกล้วยน้ำว้าห่าม มาปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่น้ำพอท่วมยา ต้มนานครึ่งชั่วโมง ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 ถ้วยแก้ว ให้ดื่มทุกครั้งที่ถ่าย หรือทุกๆ 1 - 2 ชั่วโมง ใน 4 - 5 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นให้ดื่มทุกๆ 3 - 4 ชั่วโมง หรือวันละ 3 - 4 ครั้ง (ถ้ายุ่งยาก ก็หายามาทานก็ได้ค่ะ)
5. ช่วยรักษาโรคกระเพาะได้ นำกล้วยน้ำว้าดิบมาปอกเปลือกแล้วนำเนื้อมาฝานเป็นแผ่นบางๆ ตากแดด 2 วัน ให้แห้งกรอบ บดเป็นผงให้ละเยด ใช้ทานครั้งละ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำข้าว หรือน้ำผึ่ง ทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง หรือก่อนนอนทุกวัน
6. เปลือกกล้วยน้ำว้า ช่วยบรรเทาอาการคันอันเนื่องมาจากแมลงกัดต่อย และผื่นแดงจากการคันได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อรา และต้านเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนอง
รู้สรรพคุณของกล้วยน้ำว้าอย่างนี้แล้ว รีบไปซื้อติดบ้าน ไว้รับประทานบ้าง ก็คงจะดีไม่น้อย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น