วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Health food

Capricorn
สาวราศีมังกร (22 ธ.ค. 20 ม.ค.)
ชัดเจน โดดเด่น หญิงสาวผู้มาดมั่น สง่างาม
ถึงแม้ว่าสาวราศีมังกรนี้จะดูเข้มแข็ง และมีความมากมั่นไม่สนใจใคร แม้จะรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยเจ็บป่วยง่าย แต่สุขภาพภายในร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะกล้ามเนื้อและกระดูกไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไหร่นัก  ก็เพราะจากการที่คุณเป็นสาวเวิร์คกิ้งวูแมนนั้นเอง ที่นาน ๆ ครั้ง จะละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หันกลับมาเอาใจใส่สุขภาพตัวเองเสียทีหนึ่ง แน่นอนว่าไม่พ้นความเสี่ยงจากการเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน หรือมีน้ำหนักเกิน เพราะขาดการออกกำลังกาย ส่งผลให้กระดูก ข้อต่อต่างๆ กล้ามเนื้อรับบทหนักตามไปด้วย รวมทั้งมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด หืดหอบ ไอ เป็นต้น ดังนั้น เมนูที่ควรเลือกรับประทาน คือ ผักและผลไม้สด เช่น พริกหยวก บวบ แตง เห็ด ผักกาด มะละกอสุก กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม แอปเปิ้ล มะพร้าว เป็นต้น เพื่อชดเชนวิตามินที่ขาดไป และเพิ่มกากใยให้ระบบทางเดินอาหาร
    จากการที่สาวราศีนี้ โดยมากมักเป็นคนเจ้าเนื้อ น้ำหนักเพิ่มง่ายแต่ลดยาก แนะนำว่าให้ออกกำลังกายแบบ   อะควา อโรบิค (Aqua aerobics) กำลังเป็นที่นิยมสำหรับ ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย เหมาะกับสาวมังกร เพราะสามารถเล่นได้ในสระว่ายน้ำในร่ม ทำให้ผิวไม่เสีย และออกกำลังได้อยู่เรื่อยๆ เป็นการบริหารร่างกายในน้ำ ซึ่งให้ความสนุกสนาน ผู้ออกกำลังกายจะเพลิดเพลินทั้งเสียงดนตรี จังหวะดนตรี ความเย็นสบายของสายน้ำ และท่าทางการเคลื่อนไหวในน้ำ สามารถเล่นด้วยกันเป็นหมู่คณะ และทำกิจกรรมได้เป็นเวลานาน ไม่รู้สึกเบื่อหรือเครียดในการออกกำลังกาย จึงทำให้ร่างกายผ่อนคลาย และทำได้อยู่เรื่อยๆ และสามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 500-700 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หัวหน้าที่ลูกน้องไม่ต้องการ

          หัวหน้างาน 5 ประเภท ที่นำมาลงนี้ เป็นลักษณะหัวหน้างานที่ลูกน้องโหวตมาแล้วว่า ไม่ใช่ลักษณะหัวหน้างานที่ดี และเป็นพฤติกรรมที่ไม่ได้ส่งเสริมให้ลูกน้องอยากทำงานเลย มีแต่จะทำให้ขวัญและกำลังใจของลูกน้องลดลงไปเรื่อยๆ มาดูกันเลยว่า หัวหน้างานแต่ละประเภทมีลักษณะเป็นอย่างไรกันบ้าง...

L  หัวหน้าที่มองผลประโยชน์ของตนเองมาก่อน หรืออีกมุมหนึ่งก็คือ เอาความดีใส่ตัว ส่วนความชั่ว ก็โยนให้กับลูกน้องไปเลย หัวหน้าแบบนี้ได้รับการโหวตมาเป็นลำดับที่หนึ่ง ที่ลูกน้องไม่ต้องการเป็นอย่างยิ่ง

L  หัวหน้าที่สั่งงานไม่รู้เรื่อง  และไม่สามารถที่จะจัดลำดับความสำคัญของงานได้ ทำให้ลูกน้องรำคาญ ในความซื่อบื้อของหัวหน้า จนบางครั้งลูกน้องต้องเป็นฝ่ายสรุป และทบทวนคำสั่งอีกครั้งว่า ต้องการแบบนี้ใช่หรือไม่ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ ไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของงานได้เลย ซึ่งก็คือ วางแผนไม่เป็น ทำงานสะเปะสะปะไปเรื่อย แล้วแต่อารมณ์ อยากทำอะไรก่อนก็ทำ พอทำแล้วรู้ตัวว่าไม่ใช่ ก็หันกลับมาบอกลูกน้องว่า ทำไมทำอันนี้ก่อนละ จริงๆ ต้องเริ่มที่ขั้นตอนนั้นก่อนนะ(ไม่รู้ตัวเองซะอีก) ลูกน้องเองก็งงเป็นไก่ตาแตก ทำงานอยู่ดีๆ ก็โดนคำสั่งสายฟ้าฟาดลงมาว่าให้เปลี่ยนไปทำอีกอันก่อน
L  หัวหน้าที่ทำงานคนเดียว ไม่สนใจทีมงาน ข้อนี้ก็ยังสงสัยอยู่ว่าแล้วขึ้นมาเป็นหัวหน้าได้อย่างไร หัวหน้าประเภทนี้ก็คือ ชอบทำงานคนเดียว รู้อะไรก็เก็บไว้คนเดียว ไม่ยอมบอกลูกน้อง ไม่มีการแชร์ข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งผลก็คือ ลูกน้องต้องทำงานซ้ำกับที่หัวหน้าทำไปแล้วก็มี โดยที่หัวหน้าไม่เคยบอกกล่าวอะไรเลย หรือกรณีที่ลูกน้องทำงานไม่เป็น ก็ไม่มีการสอนงานให้ ให้เรียนรู้กันเอาเอง
L  หัวหน้างานที่ไม่รับฟังความเห็นของลูกน้อง เวลาประชุมกันหรือแสดงความคิดเห็น ก็มักจะมองความเห็นของลูกน้องว่าเป็นความเห็นที่ใช้ไม่ได้ เพราะประสบการณ์น้อย หรือเวลาที่ลูกน้องซักถามรายละเอียดของงานมากๆ เข้า ก็ทำเป็นรำคาญว่าทำไมถามเยอะจัง (แต่จริงๆ แล้วตอบไม่ได้)
L  หัวหน้างานที่ลำเอียง หัวหน้าประเภทนี้ บางครั้งไม่รู้ตัวว่ากำลังลำเอียงและเลือกปฏิบัติอยู่ คนที่เขาชอบเขาก็จะดูแลอย่างดี แต่คนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า เขาก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจ แถมยังชอบจำผิดอยู่เป็นประจำ
          ลองอ่านและประเมินดูนะคะว่า หัวหน้างานของเรานั้นมีอะไร และขาดอะไร หรือแม้กระทั่งตัวเองในฐานะหัวหน้างาน ก็ได้ค่ะ ดูว่าจุดไหนที่เรามี และจุดไหนที่เรายังขาดอยู่ ถ้าเรามองตัวเองอย่างเป็นกลางแล้ว เราจะเห็นจุดที่เรายังต้องพัฒนา เมื่อรู้ตัวแล้ว เราจะได้วางแผนในการพัฒนาความเป็นหัวหน้างานที่ดีต่อไปได้ค่ะ...

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีลดน้ำหนัก

1. หลักการลดน้ำหนัก คือ ต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ
2. อย่าอดอาหาร แต่ให้เลือกกินอาหารพลังงานต่ำ การอดอาหารจะทำให้ร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อ
3. การควบคุมอาหารอย่างเดียวพบว่า ลดน้ำหนักได้ยาก แต่ถ้าออกกำลังกายด้วยจะสามารถช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น
4. การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังช่วยทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
 
5. ถ้าออกกำลังกายโดยไม่ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเท่าไหร่ก็จะไม่สามารถลดน้ำหนักได้

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการปรับเปลี่ยนนิสัยการกิน

เพื่อพิชิตอ้วน พิชิตพุง
1. กินอาหารสมดุล ควบคุมสัดส่วนและปริมาณอาหาร
    กลุ่มข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ ปลา ไข่ ถั่ว เห็ด เต้าหู้ นม ผลิตภัณฑ์นม และไขมัน กินให้พอเหมาะในแต่ละวัน ตามธงโภชนาการ
    ผู้หญิงควรได้รับพลังงาน วันละ 1600 กิโลแคลอรี
    ผู้ชายควรได้รับพลังงาน วันละ 2000 กิโลแคลอรี

2. กินอาหารธรรมชาติไม่แปรรูป
    เช่น เมล็ดธัญพืชต่างๆ ข้าวกล้อง ข้าวโพด เผือก มัน ถั่วดำ ถั่วแดง และเมล็ดธัญพืชที่มีน้ำมัน กินแต่พอควร ได้แก่ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ งาน เป็นต้น เพื่อเป็นแหล่งให้พลังงาน วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร


3. กินผักและผลไม้รสไม่หวาน ให้มากพอและครบ 5 สี
    คือ สีน้ำเงินม่วงแดง สีเขียว สีขาว สีเหลืองส้ม และสีแดง เพื่อเพิ่มวิตามิน เกลือแร่ และพฤกษาเคมี สารเม็ดสีในผักผลไม้ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรค

4. กินเป็น คือ รู้จักเลี่ยง อาหารมันจัด หวานจัด และเค็มจัด
    อาหารที่มีไขมัน น้ำมัน เนย มาการีน น้ำตาล แป้ง และเกลือเป็นส่วนประกอบ เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ เค้ก คุกกี้ มันฝรั่งทอด โรตี ทองหยอด ฝอยทอง สายไหม ขนมขบเคี้ยว ของดอง และผักดอง ฯลฯ กินให้น้อยลง


5. กินอาหารพออิ่ม
    ในแต่ละมื้อไม่บริโภคมากเกินไป อย่าลืมกินอาหารพออิ่ม
    ผัก : ข้าว : กลุ่มอาหารโปรตีน = 2 : 1 : 1

    6. กินอาหารเช้าทุกวัน มื้อเช้าเป็นมื้อหลักที่สำคัญ
ต้องรับประทานทุกวัน เพื่อกระจายปริมาณพลังงานอาหารให้พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนั้นจะช่วยให้ร่างกายไม่หิวมาก ในช่วงบ่าย และควบคุมอาหารมื้อเย็นให้กินน้อยลงได้

7. กินอาหารมื้อเย็นแต่ละวัน
    เวลาสำหรับอาหารมื้อเย็น ควรห่างอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะช่วงเวลานอนหลับ ระบบประสาทสั่งงานให้ร่างกายพักผ่อน อาหารที่กินเข้าไปจะถูกย่อยและเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

อาหารประจำธาตุเจ้าเรือน

อาหารประจำธาตุดิน
        ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ได้แก่ มังคุด ฝรั่งดิบ ฟักทอง เผือก ถั่วต่างๆ เงาะ น้ำนม น้ำอ้อย เกลือ ฯลฯ

อาหารประจำธาตุน้ำ
        ควรรับประทานอาหารรสเปรี้ยว รสขม ได้แก่ มะกรูด มะนาว ส้ม สับปะรด มะเขือเทศ มะระ สะเดา ฯลฯ
อาหารประจำธาตุลม
        ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริกไทย โหระพา กะเพราะ ฯลฯ
อาหารประจำธาตุไฟ
        ควรรับประทานอาหารรถขม เย็น จืด ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง แตงโม บัวบก ขี้เหล็ก ฯลฯ


วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ธาตุเจ้าเรือน

องค์ประกอบของธาตุที่รวมกันอยู่อย่างปกตินั้น จะมีธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งเด่นหรือ
มากกว่าอย่างหนึ่งเรียกว่า "เจ้าเรือน"
ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โดยแต่ละธาตุหลักทั้ง 4 จะมีลักษณะที่แสดงออกเป็นเจ้าเรือน ดังนี้

1.  ธาตุดินเจ้าเรือน
จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์
2.  ธาตุน้ำเจ้าเรือน
จะมีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใสเต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไรชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดี เสียงโปร่ง มีลูกดก หรือมีความรู้สึกทางเพศดี แต่มักเฉื่อย และค่อนข้างเกียจคร้าน
3.  ธาตุลมเจ้าเรือน 
จะมีผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ค่อยชัด มีลูกไม่ดก คือความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี
4.  ธาตุไฟเจ้าเรือน
มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน หนังย่น ผม ขน หนวด ค่อนข้างนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง

หลักการกินอาหาร เพื่อควบคุมพลังงาน


กินอาหารครบ 3 มื้อ ต้องไม่งดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง
   การลดมื้ออาหารจะทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานลดลง
ลดปริมาณอาหารทุกมื้อที่กิน เน้นกินอาหารจานเดียว
   เริ่มแรกลดข้าวลงมื้อละ 1 ทัพพี งดของหวาน ลูกอม น้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สัปดาห์ต่อไปก็เริ่มลดข้าว - แป้งลงเหลือครึ่งหนึ่งอย่างนี้ เป็นต้น
เลือกกินผัก ผลไม้ในมื้ออาหารให้มากขึ้น
   กากใยในผัก ผลไม้ ช่วยขับไขมันในอาหารทิ้ง และชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
เคี้ยวอาหารช้าๆ
   ในเวลาเคี้ยวประมาณ 30 ครั้งต่อ 1 คำ และส่งอารมณ์ความรู้พอใจในรสชาตอาหารให้สมองรับรู้ ศูนย์ควบคุมความหิว ความอิ่มที่สมองจะรับรู้ว่ากินอิ่มแล้วใช้เวลาประมาณไม่น้อยกว่า 15 นาที ดังนั้น อาหาร 1 จานเล้ก ควรใช้เวลาในการรับประทาน ไม่น้อยกว่า 15 นาที
มีความอดทน ถ้ารู้สึกหิว ทั้งๆ ที่เพิ่งกินไป
   ขอให้อดทนเพียง 10 นาที ท่านก็จะหายหิวได้ โดยใช้วิธีเปลี่ยนอริยบถในขณะนั้น ไปทำอย่างอื่นแทน ถ้าไม่ให้หายหิวก็ให้กินผลไม้รสหวานคำสองคำ จะช่วยบรรเทาความหิวหรือดื่มน้ำเปล่า

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการประหยัดน้ำมัน

แม้น้ำมันจะมีราคาแพง แต่ถ้ารู้เทคนิคต่างๆ ก็สามารถประหยัดน้ำมันและเงินในกระเป๋าได้ ด้วย 15 วิธีง่ายๆ  คือ

     1.  ควรวางแผนก่อนการเดินทาง จะช่วยให้การเดินทางสั้นลงหรือเร็วขึ้นกว่าเดิม และยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกด้วย
     2.  ควรเติมน้ำมันเชื้อเพลิงก่อน 9 โมงเช้าเสมอ เพราะว่าอุณหภูมิเย็น น้ำมันเชื้อเพลิงจะหดตัว จึงได้ปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 2%
     3.  ควรเติมน้ำมันเชื้อเพลิง แค่หัวจ่ายตัดก็พอแล้ว ถ้าเติมจนเต็มปรี่ พอร้อนๆ น้ำมันเชื้อเพลิงจะขยายตัวแล้วระเหยทิ้งที่รูระบาย
     4.  ควรอุ่นเคร่องยนต์สัก 1 นาที ในหน้าร้อน และ 3 นาที ในหน้าหนาว ซึ่งเครื่องยนต์จะได้ไม่ใช่กำลังฉุดมากและการหล่อลื่นจะสมบูรณ์ขึ้น
     5.  ค่อยๆ ออกตัวเมื่อรถจอดนิ่งที่ 1,000 - 2,000 รอบ จะได้ความนิ่มนวล ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
     6.  ควรใช้เกียร์สูงขึ้นเมื่อรถวิ่งได้ 2,500 รอบขึ้นไป เพราะการลากเกียร์ จะทำให้ชุดเกียร์ทำงานหนักจนอายุการใช้งานสั้น และทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
      7.  เครื่องยนต์ 2,000 cc. ขึ้นไป ความเร็วคงที่ที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงคือ 110 Km./h. ซึ่งการรักษาเสถียรภาพความเร็ว ทำให้รถยนต์กินน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง
     8.  เครื่องยนต์ต่ำว่า 1,600 cc. ความเร็วคงที่ที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงคือ 90 Km./h. ซึ่งการรักษาเสถียรภาพความเร็ว ทำให้รถยนต์กินน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง
     9.  ควรพักรถสัก 15 นาที เมื่อขับรถเกิน 4 ชั่วโมง เพื่อให้ความร้อนลดลง ซึ่งจะทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นในระบบคลายความร้อนลง และกลับมามีคุณสมบัติที่ดีอีกครั้ง
     10.  เกียร์ถอยหลังจะกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากที่สุด ควรค่อยๆ ถอยหลัง ไม่ต้องเร่งเครื่องยนต์มากเกินไป โดยเกียร์ถอยหลังจะให้อัตราทดและให้แรงฉุดมากกว่าทุกเกียร์
     11.  ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม และไม่ควรหยุดรถหรือเบรครถโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และทำให้ไม่สิ้นเปลืองผ้าเบรคโดยไม่จำเป็น
     12.  ก่อนถึงปลายทางสัก 500 เมตร ควรปิดคอมเพรสเซอร์แอร์เพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และพัดลมจะเป่าลมไล่ความชื้นในตู้แอร์ ไล่เชื้อราที่สะสมอยู่ในความชื้นด้วย
     13.  ตรวจสอบลมยางให้สม่ำเสมอ ทุกๆ          2 อาทิตย์ เพราะหากลมยางอ่อนรถจะวิ่งได้ช้าลง ขอบยางจะสึกมาก และยางจะหมดอายุก่อนกำหนด รวมทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย
     14.  ควรเก็บสัมภาระหรือของหนักๆ ที่ไม่จำเป็นออกจากรถเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งการเพิ่มน้ำหนัก จะทำให้รถกินน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 20% ตามระยะทางที่วิ่ง
     15.  หมั่นปรับตั้งเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ จะทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ดีอยู่เสมอ และลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย
  

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เนื้อแท้ของคนโกหก

          ในชีวิตของคนเรานั้น ต้องมีสักครั้งละที่โกหก ซึ่งโดยส่วนใหญ่เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เกิดความอับอาย หรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากแรงกดดันภายนอกของสังคม เราลองมาแยกแยะประเภทของการโกหกดูสิคะว่าได้สัก กี่ประเภท
          1. โกหกเพื่อมารยาท  เป็นประเภทที่มีผลเสียน้อยที่สุด เพราะไม่มีเจตนาจะทำให้คนอื่นเสียหายหรือเป็นอันตราย แต่มีเจตนาเพื่อจะทำให้คนอื่นพอใจ เรียกว่า เป็นการรักษาน้ำใจกัน
          2. โกหกเพื่อป้องกันอันตราย  เป็นการโกหกประเภทที่ใช้มากที่สุด เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ที่จะต้องป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพื่อความอยู่รอด ลงไปถึงความเจ็บปวด ขมขื่น ละอายใจ อับอาย แม้กระทั่งเรื่องของศักดิ์สรี
          3. โกหกเพื่อผลประโยชน์  เป็นประเภทที่ใช้มากพอกัน เพื่อป้องกันอันตรายที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โดยตรง เช่น ขู่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกกลัว เป็นการป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้น และอาจมีผลในการเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วย เช่น การโฆษณาชวนเชื่อ เป็นต้น
          4. โกหกเพื่อหาความยุติธรรม  เป็นการโกหกเพื่อฝึกนิสัยมนุษย์ให้ไม่เห็นแก่ตัว มักจะเกี่ยวข้องกับคำมั่นสัญญา กฎเกณฑ์ หรือกติกาต่าง ๆ เช่น พ่อค้าสัญญาต่อกันว่าจะไม่ค้าขายทำลายกันเอง เป็นต้น กฎและกติกานี้ ยังรวมถึงเรื่องจริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพอีกด้วย
          5. โกหกเพื่อหาความจริง  การโกหกประเภทนี้มักเป็นพวกนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักกฎหมาย และความศรัทธาในศาสนา มีนักวิทยาศาสตร์ไม่น้อยที่ต้องบิดเบือนความจริงในการทดลอง จึงพยายามหาหลักฐานต่างๆ มาอ้างอิงแทนความจริงที่เกิดขึ้น หรือคนที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาอาจใช้วิธีในการจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตาม
          6. นักโกหกอาชีพ  เป็นคนที่โกหกในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องโกหก จนดูเป้นงานประจำไป คนประเภทนี้มีพรสวรรค์ในการพูด การสร้างเรื่อง เพราะตัวเขาเองยืนอยู่ระหว่างกลางของความจริงกับจินตนาการ นักโกหกอาชีพนั้นไวกว่านักโกหกจำเป็นมาก เขาจะรู้ทันทีว่ามีใครกำลังจับโกหกเขาอยู่ แล้วเขาก็จะหันมาเปลี่ยนเรื่องเป็นเรื่องจริง บางเรื่องแต่งบ้าง จนคนจับไขว้เขวไปเอง
ลักษณะของคนชอบโกหก
       ดูเป็นคนน่าสนใจ น่าคบ มีลักษณะเชื่อมั่นในตนเอง โดยเฉพาะในด้านความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ เป็นคนมีเพื่อนมาก ท่าทางดูเป็นกันเอง แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้ากาก เป็นบุคลิกปลอมที่สร้างขึ้นมา เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายในใจ ความจริงแล้ว เขาเป็นคนว้าเหว่ มีปมด้อย ชีวิตไร้จุดหมาย ขาดความเชื่อมั่น ไม่สนิทกับใครได้อย่างจริงใจเพราะไม่ค่อยไว้ใจคน และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ความรู้สึกละอายใจที่เกาะฝังอยู่ในส่วนลึกของความกลัวนั่นเอง

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

วัยรุ่น ผิวสวย อย่างปลอดภัย
     ปัจจุบันมีการนำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามมาใช้กันมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีหลายผลิตภัณฑ์ที่มีการนำมาใช้ผิดข้อบ่งใช้และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ หนึ่งในนั้นก็คือ กลูต้าไธโอน (Glutathione) ซึ่งมีทั้งชนิดเม็ดรับประทานและฉีด เรามารู้จักโทษที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้กลูต้าไธโอน และทางเลือกอื่นๆ สำหรับผิวสวยที่หาง่าย ราคาถูก และปลอดภัยมากกว่า


กลูต้าไธโอน คืออะไร มีอันตรายหรือไม่ ?
      กลูต้าไธโอน เป็นสารที่เซลล์ในร่างกายเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ขจัดสารพิษ ปกป้องเนื้อเยื่อของอวัยวะทุกส่วน โดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย
      อาจจะสงสัยว่าแล้วกลูต้าไธโอนช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างไร เหตุผลก็คือ กลูต้าไธโอนมีผลข้างเคียงที่ทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม้ดสีชมพูขาว ผลข้างเคียงนี้ทำให้มีการแตกตื่นและนำ กลูต้าไธโอนมาเตรียมเป็นยาเพื่อหวังผลให้ผิวขาวในหรือผิวขาวอมชมพู ผลดังกล่าวเป็นผลข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น หากต้องการให้ผลคงอยู่ไปตลอด จำเป็นต้องได้รับการฉีดซ้ำเป็นระยะ ทำให้มีการสะสมยาในร่างกายมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดอันตรายในระยะยาวได้ เช่น ผิวจะไวต่อรังสียูวีมากขึ้น และได้รับอันตรายจากแสงแดด ทำให้เกิดฝ้า กระ หรือมะเร็งผิวหนังได้ง่าย รวมทั้งเกิดอาการผิวหนังเหี่ยวและแก่ก่อนวัย นอกจากนี้อาจส่งผลเสียต่อลูกตา เนื่องจากเป็นอวัยวะที่มีเซลล์สี การได้รับสารกลูต้าไธโอนเป็นเวลานานๆ ทำให้เม็ดสีที่จอตาลดลง เสี่ยงต่อการมองเห็นได้ในอนาคต


รู้หรือไม่ เราสามารถหากลูต้าไธโอนได้จากธรรมชาติ
       กลูต้าไธโอน พบมากในผลไม้ ได้แก่ แตงโม สตรอเบอรี่ องุ่น ผลอโวกาโด ส่วนในผักพบมากใน หน่อไม้ฝรั่ง สำหรับเนื้อสัตว์จะพบได้ใน ปลา และเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ดังนั้น ควรเลือกรับประทานจากธรรมชาติดีกว่าที่จะหลงไปใช้สารนี้อย่างผิดๆ และขาดความเข้าใจ

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

7 ขั้นบันไดแห่งความสำเร็จ

      สาว ๆ คะ เคยถามตัวเองไม๊ว่า ทำอย่างไรเราถึงจะประสบกับความสำเร็จในหน้าที่การงานกับเค้าบ้าง ถ้าคุณยังคงมีคำถามค้างใจอยู่ละก้อ วันนี้เรามีคำตอบให้คุณไปค้นพบกับคำว่าสำเร็จกับ 7 ขั้นบันได ต่อไปนี้ค่ะ
  1. ค้นให้พบเป้าหมายของชีวิต  บันไดขั้นแรกก็คือ คุณต้องค้นให้พบว่า งานแบบไหนที่คุณต้องการจริง ๆ โดยการหาเวลาคุยกับตัวเองบ่อย ๆ ว่างานที่คุณทำสามารถทำให้คุณเป็นอย่างที่อยากเป็นหรือไม่ และจะทำอย่างไรเพื่อจะไปให้ถึงจุดนั้นได้
  2. สนุกสนานกับงานที่ทำ  เมื่อค้นพบแล้วคราวนี้ ก็มาสนุกกับงานที่ทำให้เต็มที่ เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณทำงานด้วยความสนุก คุณก็จะมีแรงกระตุ้นให้ทำงานนั้น ๆ ให้ดีที่สุด และประสบความสำเร็จให้ได้
  3. มุ่งมั่น + เชื่อมั่น เพื่อความสำเร็จ  อย่าลืมใส่ความมุ่งมั่นลงไปในงานที่ทำด้วยนะคะ เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณมุ่งมั่นทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ผนวกกับความเชื่อมั่นในตัวเอง และกล้าที่จะคิด และทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นได้ รับรองได้เลยว่าผลลัพธิคือ ความสำเร็จแน่นอน
  4. คิดสร้างสรรค์  ผูที่ประสบความสำเร็จมักจะเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์นะคะ และถ้าคุณเป็นนักคิดที่มีคุณภาพแล้วล่ะก้อ คุณจะเป็นที่ต้องการของทุกองค์กรอย่างแน่นอนที่สุด อย่าเพิ่งหยุดคิดนะคะ แม้วันนี้จะยังไม่ใช่ แต่สักวันมันต้องเวิร์กแน่ ๆ
  5. ปรับตัวเร็ว  เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเผชิญกับปัญหาการอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานจนกลายเป็นอุปสรรค  ขัดขวางความสุขในการทำงานอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่ต้องทำคือ ปรับตัวค่ะ คุณจะต้องลดหรือเพิ่มพฤติกรรมบางอย่างของคุณเพื่อให้เข้ากับสังคมในที่ทำงานให้ได้เร็วที่สุดค่ะ
  6. คิดบวก  อย่านำความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ มาบั่นทอนพลังในการทำงานนะคะ หมั่นคิดหมั่นแสดงท่าทีให้เป็นบวกเข้าไว้ อย่าย่อท้อต่ออุปสรรค ยิ้มเข้าไว้ แล้วคุณจะกลายเป็นที่รัก และชื่นชมของเพื่อน ๆ ได้ไม่ยากค่ะ 
  7. ซื่อสัตย์ + ชอบช่วยเหลือผู้อื่น  รับผิดชอบต่อหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และช่วยเหลือผู้อื่นทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะคนดีและมีน้ำใจอย่างคุณนี่แหล่ะค่ะที่ทุกองค์กรปรารถนา จะทำอะไรก็มีคนคอยสนับสนุน และผลักดันให้เจริญก้าวหน้า

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Healthy Aging ย้อนวัยสาวด้วยสุขภาพดี

    ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายก็ยิ่งเสื่อมสมดุลมากยิ่งขึ้น สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความสวยและความอ่อนเยาว์ให้คงอยู่ได้ตลอดกาล การที่เราจะมีสุขภาพที่ดีสร้างสรรค์เป็นความสวยสมวัยได้นั้น สาว ๆ จำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอนะคะ
    สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยดูแลตัวเองอย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็ยังไม่สายเกินไปค่ะที่จะหันกลับมาสร้างความอ่อนวัยด้วยสุขภาพที่ดีค่ะ
    เอาเป็นว่าเรามาเช็คกันดูสักหน่อยว่าสาววัย 30 นี้จะต้องดูแลตนเองอย่างไรกันบ้าง เพื่อให้ความสวยอยู่กับเราไปนาน ๆ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าเดิมแลช่วยรักษาระดับของกลูโคสในเลือดไม่ให้ต่ำเกินไป
  • รับประทานข้าวหรืออาหารจำพวกเส้นประมาณ 1/4 เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ 1/4 กินผัก 1/2 ของจาน แซมด้วยผลไม้และผลิตภัณฑ์นมพร่องไขมัน เพื่อช่วยให้ระบบย่อยไม่ทำงานหนักจนเกินไป
  • ของว่างควรเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีแคลอรี่ต่ำ เช่น แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง แครอท โยเกิร์ต
  • นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • เลิกเป็นสาวปาร์ตี้นอนดึก จะช่วยให้ร่างกายและผิวพรรณฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติ
      

Good Food Good Mood จำไว้กินอะไรได้อย่างนั้น

กินแป้งไม่ได้อ้วนอย่างที่คิด
เพียงเลือกให้ถูกวิธี ควรเลือกขนมปังโฮลเกรนแทนขนมปังฟอกขาว เพราะช่วยให้เพิ่มปริมาณใยอาหารได้มากกว่า แนะนำข้าวสาลีโฮลเกรนแบบเม็ด เพราะเป็นข้าวสาลีที่มีคุณค่าทางอาหารมากที่สุด มีโปรตีนสูง มีวิตามินบีหลายตัว

อาหารเช้าขาดไม่ได้

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดในการควบคุมน้ำหนัก เพราะเป็นตัวกำหนดระบบการเผาผลาญอาหารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาหารเช้าที่เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมอาหาร ก็คือ ข้าวต้ม โจ๊ก เกี๊ยวน้ำ นมสด นมถั่วเหลือง น้ำผลไม้คั้นสด โยเกิร์ต ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน ชา กาแฟ ขนมปัง คุกกี้ ปาท่องโก๋