วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แตงกวาเครื่องสำอางในฝัน


แตงกวาเครื่องสำอางในฝัน


แตงกวาเป็นผักคู่ครัว คู่ข้าวผัด และคู่กับหน้าขาวๆ ของสาวๆ ทั่วโลก เชื่อกันว่าแตงป่าที่ก้นหุบเขาหิมาลัย คือ บรรพบุรุษของเจ้าแตงทั้งหลาย ที่แพร่หลายอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ มีหลักฐานการนำมาปลูกเป็นผักในอินเดีย และในอียิปต์ ตั้งแต่เมื่อ 4000 มาแล้ว เป็นที่รู้จักกันมากว่า นอกจากการกินเป็นผักแล้ว การใช้เนื้อผลแตงกวาเป็นยาทางผิวหนัง และเครื่องสำอางได้เป็นอย่างดี เช่น การรักษาผิวหน้าให้อ่อนเยาว์ ลบรอยเหี่ยวย่น ลบรอยแผลเป็น แก้สิว วิธีใช้ส่วนใหญ่ก็จะหั่นแตงกวาเป็นชิ้นบางๆ แล้วแปะทิ้งไว้พอกหน้า การใช้แตงกวาของสาวๆ ในยุคนั้น จะไม่ใช่ไร้เหตุผลเสียทีเดียว เพราะพบว่าในแตงกวามีสารที่มีประโยชน์ต่อผิวหน้า ทั้งวิตามิน เกลือแร่ อมิโนแอซิด ซึ่งมีสรรพคุณตั้งแต่ ช่วยให้ผิวหนังอ่อนนุ่มชุ่มชื้น จากการที่แตงกวามีสารกลูซิด อมิโนแอซิด และเกลือแร่ต่างๆ ซึ่งจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม คืนความชุมชื้นตามธรรมชาติให้กับผิวหน้า นอกจากนี้แล้ว แตงกวายังสาร ซิสติน (cystin) และ เมธิโอนิน (methionin) ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ความยืดหยุ่นนี่แหละสำคัญนัก คือ ถ้ายืดแล้วยืดเลยนี่สิยุ่ง เพราะมันกลายเป็นย่น ดังนั้น จึงมีการใช้แตงกวาลบรอยเหี่ยวย่นมาแต่โบราณกาล
แตงกวา ยังเป็นเครื่องสำอางที่แปลก คือ ช่วยทำให้หน้าชุ่มชื้น แต่ไม่ทำให้หน้ามัน ทั้งยังมีฤทธิ์กระชับรูขุมขนทำให้ผิวนวนเนียน ลดการเกิดสิว ทั้งยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ แตงกวาจึงเหมาะจะเป็นเครื่องสำอาง พอกหน้าของคนเป็นสิว
ปัจจุบันบริษัทเครืองสำอางทั่วโลก ใช้สารสกัดแตงกวาใส่ในครีมต่างๆ เช่น ครีมกันแดด ครีมลบรอบเหี่ยวย่น ครีมเพิ่มความชุ่มชื้น ครีมรักษาผิวมัน ครีมลบจุดด่างดำบนใบหน้า และยังผสมใส่ในแชมพู และโลชั่นต่างๆ ความเข้มของสารสกัดที่ใช้เครื่องสำอางเหล่านั้นอยู่ระหว่าง 1-10% จะว่าไปแล้ว บ้านเรามีแตงกวาอยู่ในครัวอยู่แล้ว หากไม่รู้จักใช้ประโยชน์ก็น่าเสียดาย เพียงเราหั่นแตงกวาตามขวางมาพอกหน้าไว้สักพัก หรือนำแตงกวาปลอกเปลือกแล้ว นำไปปั่นในเครื่องปั่นคั้นเอาแต่น้ำมาทาหน้า น้ำแตงกวาที่ว่านี้ใช้สดๆ ดีที่สุดแต่ก็สามารถเก็บไว้ใช้ในตู้เย็นได้ประมาณ 2 วัน แต่ถ้าต้องการเก็บไว้นานๆ ก็นำแตงกวา 4 ส่วน กลีเซอรีน 3 ส่วน น้ำ 1 ส่วน ปั้นเข้าด้วยกัน จากนั้นกรองผ่านผ้าขาวบางนำน้ำที่กรองได้ เก็บไว้ใช้ได้ประมาณ 1 ปี แต่ควรจะเก็บในที่เย็น เพราะสารในแตงกวาที่มีประโยชน์ต่อผิวหน้าไม่ทนความร้อน
ส่วนท่านที่ต้องการที่จะทำครีมแตงกวาใช้เอง ก็หาครีมหรือโลชั่นแตงกวาที่ใช้กันอยู่แล้ว นำมาเติมแตงกวาในกลีเซอร์รีนสัก 2-4 ช้อนชาต่อ 100 กรัมคนให้เข้ากันเก็บไว้ใช้เป็นครีมแตงกวาทาผิว ปัจจุบันในเมืองไทยมีการนำสารสกัดแตงกวา มาทำเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่หลากหลาย นับเป็นสิ่งดีที่ในสังคมของเรา เริ่มที่จะมาคิดค้น พัฒนา สร้างสรรค์จากสิ่งที่เรามี ไม่ใช่เอาแต่ซื้อๆ และการซื้อของคนในบ้านเรานั้นบางครั้งก็จำเป็น บางครั้งก็ไม่จำเป็น การซื้อที่แพงและไม่จำเป็นก็คงเป็นการซื้อยี่ห้อ เครื่องสำอางสูตรเดียวกัน ต้นทุนเท่ากันราคาอาจจะแตกต่างกันเป็นสิบเท่า และถ้าผู้บริโภคทราบราคาต้นทุนวัตถุดิบของเครื่องสำอางต่างๆ แล้วจะตกใจ ว่าจริงๆ แล้วเราจ่ายเป็นค่าความมั่นใจแพงจริงๆ แต่บางทีเราก็ไม่สามารถจะเลี่ยงได้ ก็ขอให้คิดถึงของไทยๆ เลือกของที่คนไทยทำ ในยามที่ชาติเกิดวิกฤติเช่นนี้ การปอกแตงกวาปั่นคั้นออกมาเป็นน้ำ ปรุงแต่งให้สาวไทยใช้ได้อย่างคงความเป็นแตงกวาเอาไว้ เป็นกิจกรรมที่น่าชมเชยอย่างหนึ่ง ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่ทำครีมแตงกวาออกมาในระดับที่พอจะแข่งกับของนอกได้แต่ในราคาที่แตกต่างกันลิบลับ และก็น่าชมเชยอีกหลายๆ แห่งที่ที่ได้มีความพยายามเช่นนี้เช่นกัน
     การผลิตสิ่งที่ไทยมีเพื่อที่จะให้คนไทยใช้นั้น น่าจะเป็นวัตถุประสงค์ต้นๆ ของการพัฒนาใดๆ ในสังคมเรา การทำครีมแตงกวา ต้องจากสารสกัดแตงกวาที่ปลูกในประเทศไทย ไม่ใช่ต้องใช้แต่สารสกัดแตงกวา ที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ เจ้าสารสกัดแตงกวานี้เดินทางมาค่อนโลกแล้ว ค่อยนำมาผลิตในบ้านเรา แค่ค่าเดินทางของสารสกัดก็แพงโขแล้ว กว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์เรา ก็ต้องจ่ายอีกมากทีเดียว ทำไมเราไม่ใช้อะไรที่สดกว่า ถูกกว่า ก็ปั่นแตงกวาใช้เองดีที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ผลไม้ 10 อันดับ


10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง  คือ
1.     ฝรั่งกลมสาลี่
2.     ฝรั่งไร้เมล็ด
3.     มะขามป้อม
4.     มะขามเทศ                    
5.     เงาะโรงเรียน
6.     ลูกพลับ
7.      สตรอเบอร์รี่
8.     มะละกอสุก
9.     ส้มโอขาว
10.    แตงกวา

10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง คือ
1.      ขนุนหนัง
2.     มะขามเทศ
3.     มะม่วงเขียวเสวยดิบ
4.      มะเขือเทศราชินี
5.     มะม่วงเขียวเสวยสุก  
6.     มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
7.      มะม่วงยายกล่ำสุก
8.     แก้วมังกรเนื้อสีชมพู
9.     สตรอเบอร์รี่
10. กล้วยไข่

10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง คือ   

1.      มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
2.     มะเขือเทศราชินี
3.     มะละกอสุก
4.      กล้วยไข่
5.     มะม่วงยายกล่ำ
6.     มะปรางหวาน
7.      แคนตาลูปเนื้อเหลือง
8.     มะยงชิด
9.     มะม่วงเขียวเสวยสุก
10. สับปะรดภูเก็ต
*  ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้ม

ส่วนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย 
 
1.      แก้วมังกร
2.     มะขามเทศ
3.     มังคุด
4.      ลิ้นจี่
5.     สาลี่

*  ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอีน้อยทั้ง 3 ตัว คือ สาลี่ องุ่น และแอปเปิล
*  ผลไม้ที่สารทั้ง 3 ตัว ค่อนข้างสูง คือ มะเขือเทศราชินี



       ทั้งนี้เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ก่อให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้
       จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากพอสมควรทุกวัน หรืออย่างน้อยวันละ 4 ส่วนของอาหารที่รับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อันตรายจากน้ำผลไม้


                        



             น้ำผลไม้ เต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นเครื่องดื่มที่ส่งเสริมสุขภาพ เพราะเป็นแหล่งที่มีความเข้มข้นของโภชนาการ แต่น้ำผลไม้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้

เจ็บป่วยจากการดื่มน้ำผลไม้
เมื่อผักและผลไม้ปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ จะทำให้มีอาการอาเจียน ท้องร่วง ในกรณีที่รุนแรงอาจเกิดไตวายเฉียบพลัน ถึงแม้ว่าการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนจะฆ่าสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายเหล่านั้นได้ แต่การคั้นน้ำเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ อาจจะส่งผลไปสู่การเจ็บป่วยได้

ระดับน้ำตาลในเลือด
อาหารที่เกิดจากการคั้นน้ำเอาเส้นใยธรรมชาติ ทำให้ร่างกายดูดซึมได้เร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ป่วยอื่นๆ ที่มีความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด

น้ำหนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำผลไม้ จะให้ปริมาณแคลอรี่สูงเมื่อเทียบกับปริมาณ เป็นผลให้การดื่มน้ำผลไม้อาจขัดขวางความพยายามในการลดน้ำหนัก

Carotenemia
ระดับแคโรทีนสูงในเลือด เกิดจากสารเบต้าแคโรทีนมีมากเกินไป ทำให้ผิวหนังมีสีเหลือง หรือสีส้ม จะพบบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า สารเบต้าแคโรทีนจะพบมากในน้ำแครอท

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประโยชน์ต่อผิวหนังจากการคั้นน้ำผักและผลไม้


           น้ำดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนนั้นมีมานาน ตั้งแต่สมัยโบราณ คือ น้ำจากผัก เช่น หัวไชเท้าที่ถูกใช้ในการรักษาโรคทุกอย่างจากการปวดท้อง หรือโรคนิ่ว, น้ำมะม่วงผสมกับนมจะให้พลังงาน, น้ำผลไม้หอมทำให้หายเหา ในปัจจุบันการคั้นน้ำผลไม้ เป็นที่นิยมหลากหลายมาก เพราะส่งผลดีต่อสุขภาพและผิวหนัง

ลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การคั้นน้ำผลไม้เป็นการป้องกันอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพสารต้านอนุมูลอิสระมีความจำเป็นต่อผิว ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ สวยงามและอ่อนนุ่ม น้ำผลไม้ที่รวมอยู่ในอาหารของคุณจะมี ผักคะน้า ผักขม บลูเบอร์รี่และราสเบอร์รี่ สามารถผสมผักกับผลไม้คั้นน้ำรวมกัน บางครั้งอาจใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย เพื่อให้น้ำผลไม้อร่อยมากขึ้น

Detoxifier
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ดังนั้น เมื่ออวัยวะภายในมีความเป็นพิษ หรือโรคที่จะแสดงบนผิวหนัง เช่น ผิวคล้ำ ผิวตุ่น หรือผิวที่มีการอักเสบ เป็นสีแดง สามารถบ่งบอกบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในร่างกายได้ การดื่มน้ำผลไม้ สามารถช่วยดีท็อกซ์อวัยวะเหล่านั้นได้ และทำให้ผิวหนังกลับมามันวาวตามเดิม ผักที่ควรนำมาผสมกับน้ำผลไม้คือ แตงกวา และผักชีฝรั่ง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการ Detoxing ไต, ตับและลำไส้

Preventer ถูกแดดเผา
น้ำแครอท มีวิตามินที่จะช่วยรักษาผิวที่ได้รับจากการออกแดดเป็นเวลานานๆ การดื่มน้ำแครอทบริสุทธิ์ 4 ออนซ์ ต่อวัน สามารถช่วยป้องกันผิวไหม้จากแสงแดดได้ แต่อย่าดื่มมากกว่า ½ ถ้วย เพราะสารเบต้าแคโรทีนที่มีมากเกินไปนั้น จะทำให้ผิวเป็นสีส้ม
 

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับลดน้ำหนัก




สัปดาห์ที่ 1
ตัวเลือกที่ 1
มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น กับนมอุ่นๆ ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา  
เบรค : ชาเขียว 1 ถ้วย ขนมปังกับเนย แอปเปิ้ล 1 ลูก
มื้อกลางวัน : ซุปผัก สเต็ก สลัดผลไม้
เบรค : น้ำมะเขือเทศ 1 แก้ว กับแครกเกอร์เล็กน้อย
มื้อเย็น : โยเกิร์ตไขมันต่ำ ผสมกับซีเรียล

ตัวเลือกที่ 2
มื้อเช้า : ชาเขียว 1 ถ้วย ขนมปังทาเนย 1 แผ่น
เบรค : โยเกิร์ตไขมันต่ำ
มื้อกลางวัน : ปลาย่าง มันฝรั่งอบ สลัดผัก
เบรค : น้ำแอปเปิ้ลหรือน้ำส้ม 1 แก้ว
มื้อเย็น : ไข่เจียวกับผักโขม 

สัปดาห์ที่ 2
ตัวเลือกที่ 1
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือผัก 1 แก้ว ขนมปังทาเนย 1 แผ่น
เบรค : ชาเขียว 1 ถ้วย ขนมปังกับชีส
มื้อกลางวัน : ไก่ย่าง ผักนึ่ง แอปเปิ้ล 1 ลูก
เบรค : ผลไม้ 1 จาน
มื้อเย็น : โยเกิร์ตไขมันต่ำ ผสมกับซีเรียล

ตัวเลือกที่ 2
มื้อเช้า : ชาเขียวกับนม 1 ถ้วย ขนมปังทาเนยหรือน้ำผึ้ง 1 แผ่น
เบรค : แซนด์วิช 1 ชิ้น
มื้อกลางวัน : น้ำซุป 1 ถ้วย ปลาย่าง สลัดผัก
เบรค : โยเกิร์ตไขมันต่ำ 1 ถ้วย
มื้อเย็น : ผักและแครกเกอร์

สัปดาห์ที่ 3
ตัวเลือกที่ 1
มื้อเช้า : ชาเขียว 1 ถ้วย ขนมปังทาเนยหรือน้ำผึ้ง 1 แผ่น
เบรค : โยเกิร์ตไขมันต่ำ ไข่ลวก 1 ฟอง มะเขือเทศ 1 ลูก
มื้อกลางวัน : สเต็ก สลัดผัก แอปเปิ้ล 1 ลูก
เบรค : ผลไม้ 1 จาน
มื้อเย็น : นม 1 ถ้วย แครกเกอร์
ตัวเลือกที่ 2
มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น นมอุ่นผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
เบรค : ชาเขียว 1 ถ้วย แซนด์วิชแฮม 1 ชิ้น
มื้อกลางวัน : ข้าว 1 ถ้วย เห็ดย่าง สลัดผัก แอปเปิ้ล 2 ลูก
เบรค : ผลไม้ 1 จาน
มื้อเย็น : ซุปผัก

สัปดาห์ที่ 4
ตัวเลือกที่ 1
มื้อเช้า : ชาเขียว 1 ถ้วย ขนมปังทาเนยหรือน้ำผึ้ง 1 แผ่น
เบรค : แครกเกอร์กับเนยถั่วลิสง แอปเปิ้ล 2 ลูก
มื้อกลางวัน : ไก่ย่าง ผักนึ่ง มันฝรั่งอบ สลัดผัก
เบรค : น้ำแครอท 1 แก้ว
มื้อเย็น : โยเกิร์ตไขมันต่ำ ผลไม้
ตัวเลือกที่ 2
มื้อเช้า : นมสด 1 ถ้วย
เบรค : ไข่ลวกสุก ขนมปัง ชาเขียว 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : น้ำซุป 1 ถ้วย ถั่วอบ สลัดผัก แอปเปิ้ล 1 ลูก
เบรค : ชาเขียว 1 ถ้วย
มื้อเย็น : สลัดผัก



หวังว่า อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับลดน้ำหนัดนี้ จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายของคุณ !

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประโยชน์ของผลไม้และผักคั้นน้ำ

ทุกคนรู้ดีว่าผักและผลไม้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณ ผลไม้สดและน้ำผักไม่สามารถแทนที่การรับประทานอาหารที่ผลิตเพราะไม่ได้ให้เส้นใยที่เพียงพอ แต่จะให้วิตามิน, เกลือแร่, สารต้านอนุมูลอิสระและ phytochemicals ที่จำเป็นสำหรับการทำงานของร่างกายขั้นพื้นฐาน ผลไม้และผักคั้นน้ำต่อไปนี้
เป็นตัวเลือกให้คุณได้ 


 
แครอท
รูปทรงกระบอกของแครอทและเปลือกกินได้ทำให้เป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการคั้นน้ำ การบริโภคน้ำแครอทเป็นจำนวนมาก จะทำให้สีผิวของคุณเปลี่ยนเป็นสีส้มได้ การบริโภคน้ำแครอท 1 แก้วต่อวัน จะให้ปริมาณของเบต้าแคโรทีน ส่งผลดีต่อสุขภาพตา








มะเขือเทศ, แตงโม และส้มโอมะเขือเทศ, แตงโม และส้มโอ ทั้ง 3 ชนิดนี้มีคุณภาพร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับการคั้นน้ำ เพราะจะเต็มไปด้วยสีสันฉ่ำและให้ไลโคปีนสารต้านอนุมูลอิสระ และไลโคปีนให้คุณภาพการป้องกันโรคมะเร็ง และอุดมไปด้วยวิตามิน C, เบต้าแคโรที และโพแทสเซียม
  
กะหล่ำปลี และผักคะน้ากะหล่ำปลี และผักคะน้าเป็นผักตระกูลกะหล่ำที่ให้การสนับสนุนทางโภชนาการสำหรับต่อมหมวกไตซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย3










ผลเบอร์รี่


ผลเบอร์รี่ ให้รสหวานฉ่ำ รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ และอุดมไปด้วยวิตามินซี

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เทคนิคการดื่มไวน์แดง

แก้ว กับ ไวน์แดง :  

 ไม่ว่าจะเป็นความบางของแก้ว หรือรูปทรงของแก้ว ก็ส่งผลต่อรสชาติของไวน์เหมือนกัน ถ้าใช้แก้วที่บาง มีรูปทรงทิวลิป เวลาดื่มจะมีรสชาติดี และมีกลิ่นหอมกว่าแก้วใบหนา รูปทรงตรงๆ ทื่อๆ เป็นเพราะแก้วที่ออกแบบมาเพื่อการดื่มไวน์ จะถูกออกแบบให้สามารถแกว่งไวน์ไปมาได้ ทำให้ไวน์สัมผัสกับอากาศ และเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้ไวน์นั้นมีกลิ่นหอมมากขึ้น 

อุณหภูมิ กับ ไวน์แดง :
  • อุณหภูมิที่เหมาะกับการดื่มไวน์แดง คือ อุณหภูมิห้อง แต่เมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้ว จะแตกต่างกันมาก คือ อุณหภูมิห้องของบ้านเขาอยู่ที่ 17 - 19 องศาเซสเซียส ดังนั้น ในการดื่มไวน์แดงในเมืองไทย ควรนำไวน์แดง ไปแช่ตู้เย็นในช่องธรรมดา ไว้สัก 45 - 50 นาที ก่อนนำมาดื่ม จะทำให้รสชาติของไวน์ดีขึ้น
อาหาร กับ ไวน์แดง :
  • ปกติ ไวน์แดง จะมีรสฝาด เพราะเกิดจากการหมักทั้งเปลือก ก้าน และผลขององุ่นรวมกัน ไวน์แดง คู่ได้หลายอย่าง ทั้งพวกเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือปลาเนื้อแดง บางคนอาจจะบอกว่า ปลาต้องทานกับไวน์ขาวอย่างเดียว จริงๆ ไม่ใช่ เพราะปลาที่มีรสชาติเข้มๆ ก็สามารถทานคู่กับไวน์แดงได้ แต่ควรเป็นไวน์แดงที่มีรสชาติอ่อน  


  • ไวน์แดง ทานกับอะไรก็ได้ แต่ก็อาจมีที่ทานแล้วไม่อร่อย เช่น อาหารทะเล หรืออาหารจำพวกปลาเนื้อขาว เพราะเนื้อปลามีรสชาติจืด เมื่อทานกับไวน์รสเข้ม จะทำให้เราไม่ได้รสชาติของอาหารนั้นๆ

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประโยชน์จากการดื่มไวน์แดง





การดื่มไวน์แดงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณ หากบริโภคแต่พอดี
เรามาทำความรู้จักกับประโยชน์ของไวน์แดงกันเถอะ

ประโยชน์ต่อหัวใจ
ในไวน์แดงจะมีสาร Resveratrol และสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า flavonoids และ nonflavonoids ร่วมกัน ซึ่งสารเหล่านี้สามารถป้องกันเยื่อบุของหลอดเลือดในหัวใจที่ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันการอุดตันในเลือดและป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดแดง

ป้องกันมะเร็ง
ไวน์แดงสามารถช่วยในการยับยั้งการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ สามารถรักษาโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก

คุณสมบัติต่อต้านริ้วรอย
สาร Resveratrol  ที่เชื่อมโยงกับการวิจัยกับหนูทดลอง สามารถลดการอักเสบของโรค เช่น การติดเชื้อไส้ติ่งอักเสบและเยื่อบุช่องท้อง อาจจะช่วยให้ร่างกายรักษาเนื้อเยื่อ จึงยืดระยะเวลาการดำรงชีวิตได้

โรคอ้วน
ในการศึกษากับหนูทดลอง สาร Resveratrol ถูกนำมาแสดงในการลดจำนวนของเซลล์ไขมัน โรคที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น โรคเบาหวาน และหลอดเลือดแดงอุดตัน จากการศึกษาแอลกอฮอล์ มีการป้องกันการสะสมของไขมันในตับของหนู

ความน่าสนใจ
ในขณะที่ไวน์แดงอาจจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่หากบริโภคมากเกินไปก็จะเกิดความเสียหายแก่อวัยวะได้ แพทย์แนะนำให้ จำกัดไวน์แดง โดยผู้หญิงควรดื่มไวน์แดง 1 แก้วต่อวัน และ 2 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ข้อดีและประโยชน์ของการรับประทานอาหารมังสวิรัติ


 



การรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์มากในร่างกายและสุขภาพ  การควบคุมน้ำหนักเป็นเรื่องง่ายเมื่อคุณทานอาหารมังสวิรัติ โดยทั่วไปอาหารมังสวิรัติ สามารถรักษาน้ำหนักให้ลดลงได้ และมีเสถียรภาพมากกว่าคนที่ไม่ทานอาหารมังสวิรัติ  นี่คือความจริงที่ว่าในอาหารมังสวิรัติจะมีเส้นใยจำนวนมากและมีไขมันน้อยมาก เพราะจะมีแต่ผักและผลไม้ ไม่มีเนื้อสัตว์

นอกจากนี้คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เมื่อทานอาหารมังสวิรัติ จะมีอัตราการลดลงของความดันโลหิตสูงกว่าคนที่ไม่ทานอาหารมังสวิรัติ  และในอาหารมังสวิรัติจะมีไขมันอิ่มตัวน้อยมาก ไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่จะพบในเนื้อสัตว์ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหัวใจ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นโรคหัวใจ ควรจะทานอาหารมังสวิรัติ และยังพบอีกว่า ในอาหารมังสวิรัตินั้นมีคอเลสเตอรอลต่ำกว่าในเนื้อสัตว์

ความได้เปรียบสำหรับคนที่ทานอาหารมังสวิรัติคือ จะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งลดลงมากกว่าคนทั่วไป เป็นเพราะการบริโภคผักและผลไม้  
 
นอกจากนี้การทานอาหารมังสวิรัติเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคกระดูกพรุน โรคทางเดินน้ำดีและโรคไขข้อได้

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประโยชน์ของอาหารเพื่อสุขภาพ




 1 รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและสำคัญที่สุดที่คุณสามารถจะใช้เป็นโล่ป้องกันโรคจำนวนมากที่มีอยู่รอบตัวในวันนี้ เพื่อสุขภาพการรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มระดับพลังงานของคุณในการปรับปรุงการทำงานของร่างกายของคุณ จะช่วยปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันของคุณและยังจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำหนักมากเกินไปหรือลดการสูญเสีย ดังนั้นการรับประทานอาหารมากขึ้นและรวมถึงการออกกำลังกาย อาจทำให้คุณมีชีวิตที่ยืนยาว

2 จะช่วยให้คุณตอบสนองความต้องการของคุณทุกวันทางด้านโภชนาการ และอาหารประจำวันของคุณควรเป็นบางส่วนของเมล็ดพืชผักผลไม้, นม (หรือผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ ), ถั่ว, น้ำมันและเนื้อสัตว์

3 มันจะช่วยให้คุณสนุกกับชีวิต คุณจะมีพลังงานมากขึ้นเพื่อรับมือกับงานที่รอคุณอยู่ แต่แม้ว่าระดับพลังงานของคุณจะขึ้น แต่คุณก็สามารถที่จะรับมือกับการออกกำลังกายได้

4 มีวิตามินและแร่ธาตุในอาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณและโล่ป้องกันจากโรคที่พบบ่อยมาก ในบางกรณีการรับประทานอาหารมากขึ้น อาจลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยร้ายแรง เช่น มะเร็ง และโรคเบาหวาน

5 เพียงเพราะคุณกำลังยุ่งไม่ได้หมายความว่าคุณควรจะข้ามมื้ออาหาร หากคุณมีน้ำหนักปกติแล้ว คุณสามารถทานอาหารสามมื้อต่อวันกับหนึ่งหรือสองส่วนของขนมขบเคี้ยวได้

6 อยู่ห่างจากน้ำตาลหรือลดจำนวนเงินที่คุณมี ดังนั้นทำไมไม่เลือกทางเลือกแทน ตัวอย่างเช่น ทานผลไม้แทนการเข้าถึงลูกอม และเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง

เพื่อที่คุณจะเห็นประโยชน์ของอาหารเพื่อสุขภาพ
เราหวังว่าเมื่อคุณทานอาหารเพื่อสุขภาพไปแล้ว
คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวคุณเร็วๆ นี้