วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มะเฟือง



มะเฟือง

      มะเฟือง เป็นผลไม้ที่มีรส เหมือนลูกพลัม สับปะรด มะนาว รวมกัน เวลาหั่นออกมาก็จะมีลักษณะเหมือนดาว มะเฟืองนับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าไม่น้อย โดยในเนื้อแท้ของผลไม้ชนิดนี้จะประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย
      ผลมะเฟือง : ให้วิตามินเอ และวิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม
      ใบและราก : ปรุงรับประทานเป็นยาดับพิษร้อน แก้ไข ใช้ใบต้มน้ำอาบ แก้ตุ่มคัน
      ผล : ใช้เป็นยาขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ใช้สระบำรุงเส้นผม และขจัดรังแค
      ยอด : มะเฟือง+รากมะพร้าว ต้มผสม แก้ไข้หวัดใหญ่
      แก่นและราก : ต้มกินแก้ท้องร่วง แก้เจ็บเส้นเอ็น
      ใช้เป็นเครื่องเคียงอาหารรับประทานสดๆ และแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ คุณค่าทางอาหารของมะเฟืองอุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล้กและพลังงานคุณค่าของมะเฟืองตามสารอาหารที่พบแล้วจะเห็นว่ามะเฟืองหนึ่งผลนั้นสามารถที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ควบคุมการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ ควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดแข็งตัวง่าย กล่อมประสาทช่วยระงับความฟุ้งซ่าน จึงช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นในผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ
      ส่วนน้ำมะเฟืองคั้นนั้น ตำรายาโบราณกล่าวว่า มีสรรพคุณในการแก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความร้อนภายในร่างกายถอนพิษได้ เป็นยาขับเสมหะ ป้องกันโรคโลหิตจาง โรคเลือดออกตามไรฟัน รวมทั้งยังช่วยขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย
      ลักษณะทางพฤษศาสตร์
      มะเฟืองเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง ลักษณะเป็นทรงพุ่ม ซึ่งมีทั้งลักษณะตั้งตรงและกึ่งเลื้อย ลำต้นและกิ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน แกนกลางมีไส้คล้ายฟองน้ำมีสีแดงอ่อน ใบประกอบสีเขียว ประกอบด้วยใบย่อย 5-11 ใบ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง และตาข้างตามกิ่งและลำต้น มีดอกสีชมพูอ่อนไปจนถึงเกือบแดง ผลมีก้นแหลมเป็นเหลี่ยม มีร่องลักษณะเป็นพูประมาณ 4-6 พู ผลของมะเฟืองเป็นผลไม้ทรงกระสวย เมื่อหั่นแนวขวางได้เป็นรูปดาวห้าแฉก ผลดิบสีเขียว สุกเป็นสีเหลือง มีทั้งรสหวานและเปรี้ยวแล้วแต่สายพันธุ์
      สรรพคุณทางยา
      การแก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความร้อนภายในร่างกาย ถอนพิษได้ แต่สามารถเพิ่มโอกาสเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ เนื่องจากสารออกซาเลตที่มีอยู่มากในมะเฟืองจะไปจับตัวกับแคลเซียมตกเป็นผลึกในไต และยังทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้ หากได้รับเข้าไปในปริมาณที่มาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะการขาดน้ำของร่างกายด้วย
     

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น